ย้อนความทรงจำ

หากเอ่ยถึงนักฟุตบอลสายเลือดเอเชีย

ที่ถือว่าทรงอิทธิพลในโลกลูกหนัง โดยเฉพาะช่วงปลายยุค’90 ต่อด้วยต้นยุคมิลเลนเนี่ยม หนึ่งในนั้นคือ “ฮิเดโตชิ นากาตะ” อดีตจอมทัพทีมชาติญี่ปุ่น ที่ครั้งหนึ่ง กลุ่มนักข่าวจากสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่าง “เจแปน ไทม์ส” พากันขนานนามเขาว่า “เดวิด เบ็คแฮม แห่งทวีปเอเชีย” ซึ่งนั่นถือว่าไม่ใช่เรื่องที่เกินเลยไปนัก

นอกจากแฟชั่นการแต่งตัวแล้ว ด้านทรงผมหน้าตา และบุคลิกภาพ ที่ทำให้ตัวของนากาตะ ถูกมองว่าเป็นเบ็คแฮม แห่งเอเชีย “เจแปน ไทม์ส” ยังแสดงความเห็นว่า นากาตะ ไม่เหมือนกับนักเตะซามูไรคนอื่น เพราะเขาถือว่าเป็นนักเตะคนแรกของประเทศ ที่สร้างชื่อจนโด่งดังไปทั่วโลก และปักหมุดวงการลูกหนังแดนอาทิตย์อุทัย ให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น โดยเฉพาะฟุตบอลโลก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขาเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงในตัวของนากาตะ จวบมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นการคือตัดสินใจแขวนสตั๊ด ด้วยวัยเพียงแค่ 29 ปีเท่านั้น ด้วยเหตุผลในด้านของความอิ่มตัว และหมดความท้าทาย ซึ่งอายุ 29 ปี ถือว่าเป็นช่วงวัยน้อยมาก เมื่อเทียบกับเส้นทางลูกหนังที่ยังคงเหลืออยู่ ช่วงนี้ เราลองไปย้อนความทรงจำ ผ่านความรู้สึกของเขากัน โดยมีหลากหลายแง่มุมที่น่าสนใจ และเป็นคลายสิ่งที่หลายคนยังสงสัยกัน

อย่างที่เราทราบกันดี นากาตะ สามารถสร้างชื่อจนโด่งดัง จากการนำพา SAGAME66 ออกเดินทางไปเล่นฟุตบอลโลก 1998 รอบสุดท้าย ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยถือว่าเป็นเวิลด์ คัพ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทัพ “ซามูไร บลูส์” และเป็นทัวร์นาเมนต์ สร้างชื่อของนากาตะ อย่างแท้จริง เมื่อฝีเท้าของเขาเริ่มฉายแววออกมาอย่างน่าชื่นชม จนเตะตาบรรดาทีมดังจากทวีปยุโรป ที่อยากได้ตัวเขาไปสร้างสรรค์เกมในแดนกลาง

SAGAME66

หลังจบศึกฟุตบอลโลก 1998 นากาตะ เดินทางไปเล่นฟุตบอลนอกบ้านเกิดเป็นครั้งแรกในชีวิต ด้วยการย้ายไปร่วมทีมเปรูจา สโมสรในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ซึ่งความโด่งดังของเขา ทำให้เกมแรกกับเปรูจา มีแฟนบอลชาวญี่ปุ่นประมาณ 5,000 คน เดินทางมาชมเกมที่สนามสตาดิโอ เรนาโต คูรี่ เรียกได้ว่า เกมวันนั้นเนืองแน่นไปด้วยชาวญี่ปุ่น อย่างแท้จริง และเป็นการเปิดตลาดวงการฟุตบอลอิตาลี ให้มีสีสันเพิ่มมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น เปรูจา ยังได้รับผลประโยชน์ จากการย้ายมาของนากาตะ แบบเต็มๆ โดยเฉพาะในแง่ของการขยายตลาด และการดำเนินธุรกิต เมื่อมียอดสั่งเสื้อหมายเลข 7 ที่สกรีนชื่อของนากาตะ เข้ามาทันทีกว่า 70,000 ตัว สร้างรายได้เข้าสโมสรอย่างถล่มทลาย แน่นอนว่า นี่คือนักเตะที่สามารถทำเงินให้กับสโมสร มากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ถือเป็นการดำเนินกลยุทธ์ที่ออกผลมาในเชิงบวก 

นากาตะ บอกว่า การย้ายมาเล่นในอิตาลี ทำให้เขาค้นพบกับวัฒนธรรมแบบใหม่ เหมือนเป็นการเปิดโลกอีกหนึ่งใบ แม้ว่าความท้าทายเหล่านั้น ต้องแลกมาด้วยการพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก ในแง่ของการปรับตัวพิสูจน์ตัวเอง และจัดการความกดดัน กระนั้น นากาตะ มองว่าฟุตบอลคือภาษาสากล ที่ไม่ว่าคนจากชาติใด ก็สามารถสื่อสารด้วยความเข้าใจกันได้

ฟุตบอลโลกครั้งแรก เป็นอะไรที่ลำบาก แต่ผมไม่มีอะไรจะเสีย และเต็มไปด้วยแรงจูงใจ เหมือนเด็กตัวเล็กที่สนุกกับของเล่นดีๆ การจากญี่ปุ่น ไปค้าแข้งที่อิตาลี พวกเขามีวัฒนธรรมที่แตกต่าง ภาษาอิตาลี และการใช้ชีวิต ถือว่ายากเอาการ อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลถือเป็นภาษาสากล เป็นเหมือนกันทั่วโลก ผมจึงมีสมาธิกับการหวดลูกหนังเท่านั้น” นากาตะ กล่าวไว้แบบนั้น

ติดตามข่าวสารได้ที่ crumbandgetit.com